lo siento pero...'s profile★.。‧:*:‧。Go on my d[r]e[...PhotosBlogLists Tools Help

lo siento pero te quiero

★.。‧:*:‧。Go on my d[r]e[a]m up。‧:*:‧。★

ในบางครั้ง ก็เหมือนเป็นการรอคอย บางครั้งก็เป็นเหมือนการก้าวเดิน...ที่ห่างไกลจากจุดหมายออกไปทุกที...ทุกที
Photo 1 of 20
April 08

ใจนะใจ

 
ใจนะใจจะมีไหมใครที่ห่วงใยให้ความผูกพัน
แค่ใครสักคนที่เคียงข้างกัน ได้เพียงฝันว่าคงได้เจอ
ใจนะใจเปลี่ยนไปมากมาย กลับหวั่นไหวเมื่อได้เจอะเธอ
ข้างในหัวใจ เมื่อได้ใกล้เธอแต่กลัวเธอไม่เคยมีใจ
 
อยากได้ยินสักคำ ได้ไหมคนดี ว่าวันนี้เธอคิดเช่นไร
อยากได้ยินจากเธอให้หายข้องใจถ้าในใจเราต่างคิดเหมือนกัน
 
ใจนะใจ ที่มีให้เธออยากฝากเธอที่ตรงข้างใจ
เผื่อมีสักวันที่เธอเข้าใจว่ามีใครเค้ารอคอยเธอ
อาจจะมีสักวันที่เธอเข้าใจว่ามีใครเค้ารอเพียงเธอ
 
กลับมานั่งเก้าอี้ตัวเดิม
กลับมาเล่นคอมเครื่องเดิม
กลับมายืนที่ที่เดิม
นึกถึงภาพ และวันเวลาเดิมๆ
.
.
.
...........
...........
November 24

ขำ ขำ

 
เบื่อ
 
เหนื่อย
 
เซ็ง
 
เครียด
 
เศร้า
 
จน
 
อ้วน
 
ป่วย
 
ท้อ
 
รัก
 
โกรธ
 
เกลียด
 
โลภ
 
เลว
 
ตอแหล
 
จริงใจ
 
เห็นแก่ตัว
 
หมา
 
ควาย
 
เปเปอร์
 
สอบ
 
โปรเจ็ค
 
ครอบครัว
 
ว่ายน้ำ
 
อ๊อป
 
บ้าน
 
ซอมบี้
 
น้ำตา
 
หัวเราะ
 
เพลง
 
เพ้อ
 
ละเมอ
 
ฝัน
 
ความจริง
 
บวช
 
จุฬาลงกรณ์
 
มหิดล
 
TOEFL
 
ฟ้า
 
แบงค์
 
หมูแฮม
 
และ...คนใจร้าย
 
จงเรียงความโดยให้มีคำทั้งหมดที่ให้มา
(100 คะแนน)
 
 
April 19

>> ลงทะเบียนๆ <<

 
อย่าลืมลงทะเบียนกันนะ
วันนี้ (19 เมษายน - 28 เมษายน)
 
2310310            General Biochemistry                                                            (A)
2310360            General Biochemistry Laboratory                                            (A)
2305362            Genetics Concepts of Organisms I                                          (A)
2312302            General Microbiology                                                            (A)
2305361            Cytology                                                                              (A)
2305356            Plant and Animal Physiology                                                  (A)
2305357            Plant and Animal Physiology Laboratory                                  (A)
5500204            EAP I                                                                                   (A)
2200330            Tipitaka and Ways of Life                                                       (A)
 
                      Credit : 22
                      GPA    : 4.00
                      GPAX  : 3.60
                                                       เพี้ยงงงงงงงงงง ^^
 
สหายเจเนติกทุกทั่น อ่านจบแล้ว กรุณาลงตามกันด้วย เพราะฉ้านจะได้มีเพื่อนเรียน 555....นะ
 
เทอมหน้าดูท่าแล้ว เรียนหนักเอาการเลยเทียว 22 หน่วย...ไม่เคยพบมาก่อน
อย่าว่าแต่เทอมหน้า ตอนนี้ org chem ก็ดูทุลักทุเลยังไงไม่รู้
สอบทุกวันเสาร์เลย..เสาร์นี้ท่าจะอาการหนักด้วย
Carboxylic acid and deriv. และก็ Phenol
ปฏิกิริยามีเป็นร้อย...ท่องกันหัวฟู จะจำได้ไหม ยังไม่รู้ แต่ขอให้จำได้เถอะ
ส่วนคะแนนครั้งที่ II ยังไม่รู้เป็นไงเหมือนกัน คาดว่ามีน (แต่ความจิงอยากได้มากกว่ามีนอ่ะนะ)
และตอนนี้ยังไม่ได้ฤกษ์อ่านสำหรับสอบครั้งที่ III...เพราะพฤหัสนี้ สอบ Microorganisms and Life
กะลังนั่งท่องชื่อ virus bacteria protozoa และก้อ fungi อย่างเมามัน T_T
ตั้งแต่อยู่จุฬาฯ มา ลึกซึ้งกะคำว่า "สู้เว้ย" ขึ้นเยอะเลย
เอาเถอะ.....สู้เว้ยยยยยยยยยย
 
ช่วงนี้ไม่ค่อยได้ไปวิ่งเท่าไหร่..ฝนตก + ขี้เกียจ
ไปตีแบดแทน...วันนี้เบสโยกซ้า ปวดไปทั้งตัวเลย ฝากไว้ก่อนเถอะ
และก็ยังติดหมูกะทะกะเค้ามื้อนึงด้วยนะ อย่าลืมซ้าล่ะ ^^
 
ได้ฤกษ์แล้วล่ะ
...ไม่ได้จะไปอ่านหนังสือหรอกนะ...
 
แต่
.....ง่วงแล้ว.....นอนดีก่า......
 
แล้วเจอกันนะ...ประชาชน
 
April 14

ซาหนุกน้ำตาไหลเลย..สงกรานต์นี้

 
อารมณ์ตามเพลง
.....
...........
 
สงกรานต์..สถิตอยู่ที่หอ
 
อ่านออเคม...ยังงงๆ สับสนรีเอเจนต์
 
ก้อเลยขี้เกียจอ่านแล้ว
 
ไม่ได้ขยันแต่วันจันทร์สอบ
 
อาจารย์ทำร้ายกันชัดๆ
 
...........
.....
 
จบ
 

 P.S......なぜなら いまあるいいことと

 

君が幸せでいると知っていること

 

 それだけで僕も心温まるから

April 10

It's my life..Herrrrrr!!!

คะแนน org chem ออกแร้ว...เครียด เครียดมาก ถึงมากที่สุด...11 เต็ม 20 มีน 6.76
สอบครั้งแรกก้อดูจะเน่าๆ แล้ว...............................................
..................................................................
..................................................................
 
เรียนหนัก..หนักอย่างแรง เฮ้อ เหนื่อยได้ไหม ท้อได้ไหม ล้มบ้างได้ไหม..สัญญาว่าจะลุกให้เร็วที่สุด
...
...........
..................
 
ตอนเย็น...ไปคุยๆ เกี่ยวกะงานนิสิตสัมพันธ์ ที่คณะ กะฝน พล และก้อกิมจิ.....ปวดหัว 555
 
หกโมง..ไปวิ่งที่สนามศุภฯ กะเบส...วันนี้ฟิตจิงๆ หลังจากที่ไปวิ่งด้วยกันรอบแรก อ๊อปวิ่งไป 5 รอบ
วันนี้วิ่งไป 12 รอบ ฟิตป่ะล่ะ เสร็จแร้วก้อซิตอัพต่อ แต่เบสนี่สิ ฟิตกว่า วิ่งด้วยกันเสร็จแร้ว ซิตอัพ
ก้อแร้ว แถมต่อท้ายด้วยวิดพื้น ทำไปได้ ช่ายเซ่ ผู้ชายนี่ 555..เสร็จแร้วก้อไปหม่ำๆ กันที่สวนหลวง
บะหมี่หมูแดง อร่อยที่สุดเลย ^^ แร้วก้อไปเช่าวีซีดีกัน เรื่อง โอเชี่ยน 11 .. หม่ำไอติมต่อด้วย
(แล้วที่วิ่งๆ ไปเนี่ย เพื่อ???????)..ปิดท้ายด้วยการไปเช่าการ์ตูนมาอ่าน เรื่อง เซนเซย่า 555
ความจริงอยากดูการ์ตูนดราก้อนบอล แต่ม้วน 1 ม่ายมี...เลยม่ายดูก้อได้ เพราะที่หอยังดู ผีชีวะ 2
ค้างไว้อยู่เลย........เหนอะหนะทั้งตัว......ขอบคุณเบสที่ทำให้ลืม org chem ไปสักพัก
 
กลับหอ..ขอออนสักแป๊ปเหอะ...ขอบคุณพี่ชายทั้งสองคน..พี่เต้ กะพี่รุต ทั้งคำแนะนำ และกำลังใจ
ยังไงหนูก้อจะสู้ต่อไปนะคะ.....หวังว่ายังคงไม่ถึงทางตัน...........................
 
อ่านหนังสือ อ่านหนังสือได้แร้ววววว ^^ สู้เว้ยยยยยยยยยยย {{ ขอกำลังใจหน่อย..เฮ้อออออ }}
April 06

ดอกหญ้า

วันหนึ่ง … ในทุ่งนากว้าง … พืชต้นน้อยๆ ได้อุบัติขึ้น อ่อนไหวยามเมื่อต้องลมพัด..แต่เข้มแข็ง
และอดทนยามต้องพายุ เชิดหน้าไม่ย่อท้อต่อแสงอาทิตย์ และร่าเริงตามประสา … "ดอกหญ้า"
เวลาผ่านไป … ดอกหญ้าก็โตขึ้น ..โตขึ้น และเริ่มมองสิ่งต่างๆ รอบตัว
ได้เห็นนกที่โผผินบิน ก็อยากที่จะเป็นนก..เพื่อที่จะได้โผผินบินสู่ฟ้ากว้างได้อย่างอิสระเสรี
ได้เห็นแมลงปอที่จับคู่ชีวิตเพียงหนึ่ง..ก็อยากที่จะเป็นอย่างแมลงปอ
พบ … และสัมผัสกับรักแท้ที่มีต่อบุคคลเพียงหนึ่ง
ได้เป็นหนอนผีเสื้อที่พยายามเป็นดักแด้..แล้วแปลงกายตนเป็นผีเสื้อแสนสวย
ก็อยากที่จะเป็นหนอนผีเสื้อบ้าง..จะได้มีความสวยงามเหล่านั้น
 
พอดอกหญ้าเติบโตขึ้นกว่าเดิม จึงได้พบว่า …รอบๆ ตัวนั้นมีสิ่งมีชีวิตอีกมากมายนัก
ต้นไม้ … ดอกไม้ … แมลงต่างๆ ทุกสิ่งล้วนดูสวยงาม น่าปรารถนา น่าสัมผัส ดอกหญ้าจึงพยายาม
ทำทุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อจะได้อยู่ในที่ที่แสนสวยนั้น ไม่ว่าดวงอาทิตย์จะสาดแสงสีแดงฉานสักเพียงไหน
ให้ความร้อนเผาผลาญอย่างไฟโลกันต์ หรือแม้ฝนจะตก … ฟ้าจะร้อง พายุจะถล่มทับทุกสิ่ง
ทุกอย่างไปก็ตาม ดอกหญ้าก็ยังคงพยายามผลักดันตัวเอง เพื่อก้าวไปให้ถึงจุดๆ นั้น
จุดที่มันคิดว่า … จะมีแต่ความสุข มีรอยยิ้ม

และแล้ว … ในวันหนึ่ง วันที่ดอกหญ้าฝันไว้ … ก็มาถึง วันที่มันได้มายืนยังจุดที่ปรารถนา
แต่แล้ว มันก็พบว่า ที่นี่ … ดินแดนนี้ มิได้มีสิ่งที่มันเคยฝันไว้เลยแม้แต่น้อย มันเจ็บปวด เจ็บใจและทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส อย่างที่มันไม่เคยรู้สึกมาก่อนเลยในชีวิต มันท้อแท้และสิ้นหวังหมดอาลัยตายอยากและเริ่มรู้สึกว่าตนไม่เข้าใจในชีวิต

จนกระทั่งวันหนึ่ง … วันที่ลมพัดเบาๆ แดดส่องอ่อนๆ ฟ้ามืดครึ้ม ปุยเมฆปุยหนึ่งลอยมา
เห็นดอกหญ้าซึมเซาและเหงาหงอย..บังเกิดความสงสารและสงสัย “เหตุใดนะ

ดอกหญ้าจึงได้เศร้าสร้อยถึงเพียงนี้” ปุยเมฆจึงเอ่ยถามความนัยจากดอกหญ้า

มันจึงเล่าเรื่องราวทั้งหมด ปุยเมฆได้ยินดังนั้น จึงถือโอกาสให้คำแนะนำแก่ดอกหญ้า

“เจ้าดอกหญ้าเอ๋ย เจ้ายังเล็กนัก เจ้ายังต้องเรียนรู้สิ่งต่างๆ อีกมาก "ชีวิตทุกชีวิต

ที่ได้กำเนิดขึ้นมานั้น ต่างก็มีคุณค่าในตัวของมันเองทั้งสิ้น ฉะนั้น …

ถ้าเรายังไม่เห็นคุณค่าในตัวของเราเองแล้วล่ะก็ จะไม่มีใครมาเห็นคุณค่าในตัวของเราเลย”

ลมเริ่มพัดผ่าน ปุยเมฆเริ่มเคลื่อนตัว แต่ยังคงมีเสียงกระซิบที่ลอยมาตามลม
“เตือนใจตัวเองไว้เสมอนะเจ้า ว่าถึงแม้เราจะเป็นเพียงแค่ดอกหญ้า ที่ใครอื่นหมื่นแสนจะเห็นว่าต้อย
ต่ำ แต่มันจะไม่ทำให้คุณค่าของเราเลือนหายไป เพราะคุณค่าเหล่านี้จะประทับใจอยู่ในใจของเจ้า … ตลอดไป

ปุยเมฆหายไปแล้ว
ดอกหญ้านิ่งคิด นึกถึงคำพูดของปุยเมฆ มันเริ่มเข้าใจในความหมายของคำเหล่านั้น

มันจึงรู้สึกชุ่มชื้นขึ้น

และแล้ว … 
"ดอกหญ้า" ตอนนี้ก็มีกำลังใจที่จะลุกขึ้น เพื่อต่อสู้ชีวิตใหม่อีกครั้งหนึ่ง …


“ถึงจะเป็นแค่ดอกหญ้าที่ต้อยต่ำ ไม่สูงล้ำเท่ามวลอื่นบุปผา

ถึงจะดูว่ามันไม่มีราคา แต่คุณค่ามันก็อยู่ที่จิตใจ”

 :*:*:• 207 •:*:*:

 

April 01

50 ปี Botany Chulalongkorn University

จบลงปายเรียบร้อยสำหรับงานเลี้ยงครบรอบ 50 ปี ภาคพฤกษศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
 
บ่ายสองพี่พลอยนัดที่ตึกเคมี 2..อันตัวข้าพเจ้ามาจริง เกือบจะสองโมงครึ่ง ด้วยฤทธิ์ยาแก้อักเสบ กะยาแก้ปวดผสมกันปาย...นอนเพลินเลย หุหุ..ถึงคณะปุ๊ป ก้อจับรถแท็กซี่ ไปโรงแรมรามด้ากัน (สถานที่จัดงานอ่ะนะ) อยู่ถ.สุรวงศ์ ขอบอกไฮโซวววมั่ก เสาสไตลยุโรป (แต่คงไม่ถึงระดับ 5 ดาว) ถ้าอ๊อปสร้างบ้านเป็นของตัวเองนะ จะสร้างเสาแบบนี้เรยเชียว
ถึงโรงแรม นั่งรอช่างแต่งหน้า กะช่างผมอยู่ชาติเศษกว่าจะเสด็จมาได้...ตึ๊งงงง เค้าผู้นั้น คือคนที่แต่งหน้าให้น้องด๊ะ (นางนพมาศคณะของเรานี่เอง) ก้อฮากันไป ไม่คิดว่าจะได้เจอกันอีก...โชติพรรีเควสเต็มที่ "พี่คะ..ช่วยเติมเงาดั้งให้หนูด้วยค่ะ".."พี่คะ..ขอกระบังสูงนะคะ ลดอาการหน้าบานค่ะ".....แบบว่าพี่ๆ ที่รำด้วยสวยกันเจรงๆ ง่ะ เรื่องอารัยล่ะ ขอสวยมั่งนิ 555..แต่งหน้าเสร็จ "น้องหน้าหวานมากเรยค่ะ" แทบจะลอย 555 (แต่ลอยไม่ขึ้นมันอ้วน)แร้วก้อตามด้วยแต่งตัว ขอสไบสีทองอร่าม..เนื่องจากกลัวว่าผิวสีน้ำผึ้ง(ไหม้)ถ้าแต่งสีชมพูบานเย็น...นั่นแหละ ไปคิดต่อกันเอาเอง..แต่งตัวเสร็จ โอ้วววจอร์จ ข้าพเจ้าอย่างกะนางวันทอง 555 ทองอร่ามทั้งตัว หัวจรดปลายเท้า
แต่งหน้า แต่งตัวเสร็จก้อซ้อมรำอีกหลายรอบมั่กมาก พี่ๆ ไม่ยอมจำท่ารำกันเร้ยย ฝากชีวิตไว้ที่หนูคนเดียวง่ะ ลืมบอกปายพี่ๆ ที่รำด้วยก้อมี พี่เกด # 4 พี่อ้อม กะพี่ษา # 3 .. ซ้อมเสร็จรอบแรก พี่ติ พี่คำหล้า (ช่างแต่งหน้า กะทำผม) "น้องอ๊อป ย้ายไปเรียนคณะสินกำดีก่าไหมคะ เกิดมาเพื่อเป็นนางละครเลยนะเนี่ย"...เอาละงัย หนูจะถือเป็นคำชมนะคะ แต่ไม่ดีกว่าค่ะ หนูรักพี่ๆ วิดยา รักเพื่อนวิดยา รักน้องวิดยา รักอาจารย์วิดยา ... สรุปแร้ว หนูรักทุกอย่างที่เป็นคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ^^
ทุ่มครึ่ง เปิดงานด้วยการร้องประสานเสียงในบทเพลงพระราชนิพนธ์ "มหาจุฬาลงกรณ์" ตามด้วย baka แล้วก้อบูมคณะฯ .. ไฮไลท์เลย ก้อพี่โอ๊ต (ขอประจานหน่อยเหอะ) ดันสั่งบูมว่า "บูมวิทยาศาสตร์พร้อมสามสี่" เอาละทีนี้ ทั้งห้องเงียบกริบทุกสายตาจับจ้องที่พี่โอ๊ต สงสัยพี่แกจะไม่เคยเข้าห้องเชียร์เลยขึ้นบูมแปลกๆ โดนแซวตลอดศกแน่ หุหุ...สองทุ่ม ได้ฤกษ์ขึ้นเวที..ทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี..ลงจากเวทีปุ๊ป น้องแพร ลูกอ.กนกวรรณ เข้ามานั่งทานข้าวด้วยเรยน่าน ไม่เปนราย รักเด็กอยู่แร้วนิ ^^ อาจารย์กะพี่ๆ ทักกันเกรียว สวยคนเดียว รำสวยคนเดียวเลยนะเรา 555 ดีจายเจรงๆ...อาจารย์ยังบอกด้วยนะ ว่างๆ ไปสอนลูกครูรำมั่ง 55 ได้คร่า ด้วยความยินดี ^^
รำเสร็จก้อขอตัวกลับหอในสภาพนั้นเรย..พี่ยามทำเป็นตกใจ ฉ้านออกจะสวย 555 แค่สยองปายนิส สี่ทุ่มครึ่ง ก้อตระเวนถ่ายรูปทั่วมหาลัยเลย ตากล้องก้อคือ หนูแป้ง (ดันสายตาเอียงซะนี่)..เริ่มตั้งแต่ หน้าหอ ผ่านจุฬานฤมิต ไปจามฯ 5 ข้ามฟากไปตึกขาว ตึกฟิ ตึกsci หน้าพระรูป อยากถ่ายที่เทวาลัยด้วยนะ แต่ว่าด้วยเวลา เกรงว่าจะไม่เหมาะ เลยกลับหอดีกว่า ^^ จุฬาฯ เก่าแก่แค่ไหน เรื่องเล่ามากมายแค่ไหน ก้อน่าจะรุกัน..เอาเป็นว่าตอนไปถ่ายเจออารัยมั่ง ขอไม่เล่าดีก่านะ มันน่ากัวจิงๆ
ถึงหอ แทบบ้า พี่ยามดันปิดลิฟต์แร้ว...เดินขึ้นชั้น 14 ขาลากเลย เหนื่อยมั่กมากกกกกกก ยิ่งปวดเมื่อยทั้งตัวอยู่ด้วย สงสารตัวเองจัง ..
เหนื่อยมั่กมาย แต่ประทับใจที่สุด ถึงแม้ปี 2 จะไปร่วมงานกันแค่ 8 คนจาก 32 คน....ก็ตาม ประทับใจคำพูดของพี่ทั่นนึงที่ว่า "คำว่าภาคพฤกษศาสตร์ หมายถึงความผูกพัน ไม่ใช่หมายถึงสถานที่" ฟังแร้วก้อได้คิดตามนะ...ภาค..ถ้าหมายถึงสถานที่ดูจะเหมาะกว่า..แต่สิ่งหนึ่งที่ซ่อนอยู่ ในสถานที่นั้นๆ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปแค่ไหน ไม่ว่าสถานที่นั้นจะเปลี่ยนแปลงไปเพียงใด แต่ทุกครั้งที่ได้กลับมาเยือน สิ่งนึงที่ยังคงเหลือกลิ่นไออยู่ นั่นก้อคือความผูกพันของพวกเราทุกคน.......รู้สึกขอบคุณสมองของตัวเองนะ ที่มีคุณสมบัติพิเศษ ทำให้ระลึกได้ถึงความทรงจำที่สวยงาม เพราะนึกถึงทีไร ก้อยิ้มตามได้ทุกครั้ง ^^
ถึงแม้ตอนนี้จะเข้าภาคมาได้แค่ปีเดียว อาจารย์ก้อยังรุจักไม่ครบทุกท่าน พี่ๆ ก้อแทบจะไม่รุจัก (เพราะปีนี้ดันถูกสั่งห้ามรับน้องซะนี่)... แต่แค่นี้ ก้อหล่อหลอมให้เกิดความรัก ความผูกพัน กะภาคมากมายเหลือคณานัปแล้ว
 
ฉันรักเธอ
ภาคพฤกษศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
March 30

เคยมั๊ย..........

เคยมั๊ย..ที่เหนื่อยเหลือเกิน เหนื่อยจนอยากหยุดพัก
แต่พักไม่ได้...ด้วยเหตุผลอารัยก้อแล้วแต่
 
เคยมั๊ย..ที่ท้อเหลือเกิน ท้อจนไม่อยากทำ ไม่อยากรับรู้อารัยอีกแล้ว
แต่ท้อไม่ได้...ด้วยเหตุผลอารัยก้อแล้วแต่
 
เคยมั๊ย..ที่อยากร้องไห้ ร้องให้น้ำหมดตัวไปเลยยิ่งดี
แต่ร้องไม่ได้...ด้วยเหตุผลอารัยก้อแล้วแต่
 
เคยมั๊ย..ที่คิดถึงใครคนนึง คิดถึงมากเหลือเกิน คิดถึงจนต้องร้องไห้
แต่ก้อได้แค่คิดถึง
 
เคยมั๊ย..ที่รักใครคนนึง รักมากเหลือเกิน
แต่ต้องหยุดความสัมพันธ์เอาไว้แค่นี้
เพราะกลัวเหลือเกินว่าวันข้างหน้าเราอาจเป็นคนแปลกหน้าของกันและกัน
 
เคยมั๊ย..ที่ว้าเหว่เหลือเกิน จนคิดได้ว่า ท้ายที่สุดก้อต้องเหลือตัวคนเดียว
แต่นั่นคงเป็นอนาคต ไม่ใช่ปัจจุบัน ไม่ใช่เวลานี้ ไม่ใช่ขณะนี้
 
เคยมั๊ย..ที่สับสนเหลือเกิน สับสนจนไม่รุจะเดินไปทางไหน
แต่ก้อต้องตัดสินใจเลือกสักทาง เพื่อก้าวเดินต่อไป
 
เคยมั๊ย..ที่น้อยใจเหลือเกิน
แต่ก้อต้องเก็บความรู้สึกนั้นไว้
 
เคยมั๊ย..ที่เป็นห่วงใครคนนึงเหลือเกิน
แต่เค้ากลับตีค่าความห่วงใยเป็นอย่างอื่นไป
 
เคยมั๊ย..ที่เหงาเหลือเกิน จนอยากจะคิดซะว่าโลกนี้เหลือฉันเพียงคนเดียว
แต่ก้อได้แค่คิด เพราะเรายังต้องเผชิญโลกแห่งความเป็นจิงต่อไป
 
เคยมั๊ย..ที่เบื่อเหลือเกิน
แต่ก้อต้องจำใจทนต่อไป โดยไม่มีข้อแม้
 
เคยมั๊ย..ที่เกลียดอะไรบางอย่างเหลือเกิน ยิ่งเกลียดก้อยิ่งเจอ
แต่ก้อต้องจำใจทนต่อไป โดยไม่มีข้อแม้
 
เคยมั๊ย..ที่อยากลืมอะไรบางอย่างเหลือเกิน
แต่มันกลับยิ่งถูกสลักฝังแน่นในความทรงจำ
 
เคยมั๊ย..ที่อยากจำอะไรบางอย่างเหลือเกิน
แต่สิ่งนั้นกลับจางหายไปพร้อมๆ กับกาลเวลา
 
 
 
พี่ชายของฉันคนนึง เคยบอกว่า อดีต ปัจจุบัน อนาคต มันคาบเกี่ยวกันหมด
ใจ 2 ห้องด้านขวาก้ออยากจะเถียง
แต่ใจ 2 ห้องด้านซ้ายกลับยอมรับโดยดุษณี
 
อดีตที่ผ่านมา..ปล่อยมันไปบ้าง ลืมมันไปบ้าง เก็บมันไว้เป็นบทเรียนบ้าง
ปัจจุบัน..ทำวันนี้ให้ดีที่สุด อยู่อย่างมีสติ และอยู่บนโลกแห่งความเป็นจริงให้ได้
อนาคต..ช่างมันเถอะ จะดี หรือเลว มันก็ขึ้นกับอดีต และปัจจุบันนั่นแหละ
 
แล้วถ้ามีบางอย่างที่มามีอิทธิพลล่ะ
สิ่งแวดล้อม...ไง
ไม่แตกต่างอะไรกะ phenotype ของสิ่งมีชีวิต
ที่ขึ้นกับ genotype และ environment
 เห็นไหมล่ะ...บางอย่างที่วาดฝันไว้ ที่ทำไว้ ที่เคยทำไว้ ก้อต้องเปลี่ยนแปลงไป
 
อดีตของฉันไม่ได้น่าจดจำไปซะทุกเรื่อง
อนาคตของฉันไม่รู้ว่ามันจะเป็นไปตามที่ฉันวางแผนรึป่าว
ปัจจุบันของฉัน.......................
.........................................
...........................................
..............................................
 
ฉันยังหาคำตอบให้กับตัวเองไม่ได้เลย ว่าปัจจุบัน ฉันกำลังทำอะไร ฉันเป็นอะไร
หลายความรู้สึก ที่ถามอยู่ข้างบนนั้น
นั่นแหละความรู้สึกของฉันตอนนี้
 
บางคำถาม อาจไม่ต้องการคำตอบ
..แต่เธอ ช่วยตอบฉันหน่อยเถอะนะว่า..
 
ความรู้สึกข้างบน เธอก็เคยเป็นเหมือนกัน
ฉันจะได้มั่นใจว่าฉันไม่ได้บ้าไปคนเดียว
(อย่างน้อย..ก็เคยมีเธอบ้าเป็นเพื่อนไง ^^) 
.
.
 
...ในบางเวลาที่เธอนั้นยิ้มเป็นสุข ฉันแอบเก็บความหวังไว้
 
...ความทรงจำดี ๆที่ฉันมีอยู่ ล้วนมีเธอโอบกอดไว้
 
...ก็เป็นเพราะกลัวไม่เป็นเหมือนวันก่อน กลัวไม่เป็นดั่งใจหวัง
 
...เก็บส่วนลึกของใจไว้ห่าง ไม่คู่ควรกับใคร
 
...มันคงจะดีที่เราก็ยังได้เจอ แลกเปลี่ยนผ่านความห่วงใย
 
...แค่ให้ฉัน เก็บเธอไว้ อบอุ่นข้างในอย่างนั้น
 
...เก็บรอยยิ้ม ความสดใส อยู่ให้นานเท่านาน
.
.
กลัว
 
March 28

งาน กะงาน

ถึงกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ...
รถไฟดีเลย์ 2 ชั่วโมง ยาวนานจิงๆ
รวมๆ แล้วก้อ 15 ชั่วโมงพอดิบพอดีเป๊ะ
9.00 น.
กลับถึงหอปุ๊ป ก้อรีบปายจ่ายค่าลงทะเบียนเลย
ลงได้ทั้ง 2 ตัว..ทั้งวิชาพระไตรปิฎก และก้อไอกิโด
แดดร้อนสุดๆ ง่ะ..พอดีที่สงขลาฝนตกทุกวันเลย
มันไม่ร้อนเท่านี้ --''
แล้วก้อไปทัวร์ mbk สยามดิส สยามเซ็นเตอร์
ก่อนที่จะมีการก่อม็อบ หุหุ
..........ร้อนนนนนทั้งอากาศ ทั้งตังก์เรย ^^
ช็อปกระจาย
13.00 น...ไปซ้อมรำที่คณะ
ไม่หนักใจๆ ^^
16.00 น...ไปประชุมย่อยกะฝน กิมจิ พล ไมค์
ที่ห้องสมุดวิดวะ...เกี่ยวกะงานนิสิตสัมพันธ์
ของอบจ....ฝ่ายพิธีการ กะฝ่ายห้องเชียร์
ฟังๆ แร้วววว...อลังการงานสร้างใช้ได้ปีนี้
แต่จะทำได้หรือไม่ก้อคอยดูต่อไป..................
นั่งเคลียร์งานสักพัก....ท้องร้องแร้ววววว
หม่ำๆ ที่สามย่าน
อร่อยสุด ๆหรือว่าเพราะหิวกันแน่ก้อไม่รุ
หรืออีกสาเหตุก้อ ได้ทานข้าวกะพวกแกไง
ฝน พล กิมจิ ไมค์....คิดถึงเจรงๆ
ฤดูทำบ้านรับน้องใกล้เข้ามาแร้ว
...เราคงเจอกันบ่อยขึ้น......ดีจายนะ
แต่หวังว่าพวกแกๆ...คงจะเข้าใจว่า
ความรุสึกของเรา มันเปลี่ยนปายแร้ว
พูดแค่นี้พวกแกคงเข้าใจ...ว่ามันควรจะเป็นไงต่อไปนะ
20.15 น...ถึงหอ อัพสเปซ ^^
ช่วงเน้เพื่อนๆ เปนอารัยกันไปหมด....
ทะเลาะกะแฟน งอนกะแฟน หวานกะแฟน
อารัยก้อแฟน...อย่าบ่นให้กูฟังมาก มันอิจฉา                                 โว้ย 555
 
March 22

กอ-รอ-เอ-ดอ........

 
ประกาศ!!!
 
เกรดลด
.
.
.
 เหลือ 3.2 ควรจะเศร้าดีม๊ะ Y_Y
แต่เศร้าปายเรียบร้อยแร้วอ่ะ
 
แล้ว C+ มันก้อโผล่ใน CR 60 อีกครั้ง
taxo แมร่งงงง เจ็บแสบ อุตส่าห์ท่องๆๆ
แร้วจะท่องปายเพื่อ????
ยังดีนะ ที่แลป ได้ A มา (แต่มันหน่วยกิตเดียวเองง่ะ)
 
intro rec อีกตัวง่ะ 2 หน่วยแหน่ะ
ดันได้ B+ มา ... เห็นเกรดแร้ว พูดม่ายออกเลยอ่ะ
ฉุดเกรดกรู....T_T
 
แต่ที่น่าเหลือเชื่อ...org chem lab ได้ A เฟร้ยยย ^^
วิชา เคมีตัวแรกเรย ที่ A มาเยือน..555 ดีจาย
 
วิชาภาค ก้อ genetics อ่ะนะ
... ตอนแรกหวัง B+ ทำข้อสอบเสร็จ..ขอ C ก้อพอ
เกรดออก ได้ B เหอๆๆ ..
 ช่างมันเหอะ ทำข้อแสดงวิธีทำ 20 คะแนนม่ายได้..
ช้อยส์ ก้อเดาแหลก...มันก้อสมควรอ่ะนะ
 
วิชาอื่น ตามคาด
.
...
.....
= 3.200000000000000000000000000 =
ปล.ขนาดลดออเคมปาย ...
ซัมเมอร์..จะเหลืออารัยมั๊ยเนี่ย เฮ้ออออออ
.
.
.
.
สาขาพันธุศาสตร์ ภาควิชาพฤกษศาสตร์
คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
>>> เหนื่อยว่ะ <<<
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
จบ

March 14

เพ้อๆ อ้วนๆ

วันนี้ ตื่นขึ้นมา .. ก้อเพ้อ .... อีกแล้ว >> สงสัยมันว่างมากเกินปายจิงๆ

  

 ว่าแล้ว ก้อรีบไปอาบน้ำ แต่งสวยไปยืมหนังสือ จะได้ไม่ฟุ้งซ่านอ่ะ --''

(ยืมมาอ่าน ไม่ได้ใช้หนุนหัวนะ)

 

ตึกแถบ .. นิสิตคะ ไม่ใส่ชุดนิสิต เข้าไม่ได้ค่ะ

(โดนปาย 1 ดอก..ก้อเซงกันปาย แมร่งงงงงง..นี่มันปิดเทอมแล้วน๊าเจ๊)

หอกลาง.. ฉ้านอุตส่าห์ เสิร์จหาข้อมูลซะดิบดี ชั้นวางไหน

ได้หนังสือ org chem มา 3 เล่ม แบกลงมาจากชั้น 4 อย่างหนัก

วางหน้าเคาท์เตอร์ ยืม - คืน ปุ๊ป

"นิสิตปริญญาตรี ยืมได้วันที่ 20 นะคะ เอาใบเกรดมาด้วย"

(โดนดอกที่ 2 เข้าปาย .. เซงหนักก่าเดิม..ฉ้านอดยืมอีกช่ายม้ะเนี่ย???)

ได้ข่าวว่าเกรดออก 22 สรุปก้อคือ ยืมได้วันที่ 22 นั่นแหละว๊า

ขอแอบบ่น .. ต่ออายุบัตรอย่างเดียวม่ายได้งายย ต้องดูใบเกรดด้วย

เทอมไหนเกรดดี ก้อดีปาย (โม้ได้)

 แต่ถ้าเกรดม่ายดีล่ะ (อยากจะเอาหน้าซุกใต้ใบเกรดอยู่ตรงนั้น -*-)

สรุป .. ฉ้านต้องเดินหน้าแห้ว กลับหอจนด้าย

เซงงงงง อย่างแรงง่ะ

 

กลับหอ .. ทานข้าวเที่ยง กะหนูเป็ด

"เฮ้ย แกเป็นอารัย พักนี้ทำไมตาเศร้า"...ง่ะ พวกแกก้อน่าจะรู้

เหตุผลเดียวที่ทำให้ฉ้านเป็นอย่างงี้ได้ คืออารัย

ส่วนวิธีแก้ ก้อมีวิธีเดียวเหมือนกัน ที่ทำให้หายจากอาการนี้ได้ง่ะ  -*- 

 

อีกเรื่อง .. ต้องลดน้ำหนักเป็นการด่วน

เนื่องจาก side effect จากช่วงอ่านหนังสือสอบ ..

ตอนนี้กลมเป็นฮิบโปแล้ว

วันที่ 31 นี้มีงานเลี้ยงครบรอบ 50 ปี ภาควิชาพฤกษศาสตร์

คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

(แอบประชาสัมพันธ์ นิดนึง หุหุ)

อ๊อปต้องรำอวยพรอ่ะ..กลัวจะแต่งชุดรำไม่ได้..ขอลดนน.เป็นการด่วน

65 kgs เหลือ 48 kgs ยังทำมาแล้ว แค่นี้เบๆ (ทำให้ได้นะ 55)

แต่นั่นมันตั้ง 8 เดือน นี่มีเวลา 2 อาทิตย์ จะไหวม๊ะ ลองดูละกัน หุหุ

(หนูลดเพื่อพี่เลยนะคะ พี่พลอย ^^)

ส่วนผลความคืบหน้า .. จะรายงานให้ทราบเป็นระยะ อิอิ

 

 

ปายละน๊า .. ไว้เพ้อๆ แล้วจะมาอัพใหม่

คิดถึงพวกแกนะ ... จุ๊บๆ ^^

 

เหงาง๊า แล้วก้อเบื่อมากเลยด้วย อยากกลับบ้านแล้ว

ถึง ซี..ฉ้านคงคิดถึงแกมาก ไม่มีใครทานข้าวเป็นเพื่อนแล้ว รีบกลับนะ

จะรอทานเหล้าปั่น กะหมูกะทะ กะแกนะ..

คราวหน้า อย่าหลอกให้เสียวแล้วเลี้ยวกลับอีกล่ะ มันอยากทานเจรงๆ^^

March 13

อัพอย่างไร้สาร..

กลายเป็นชนชั้นสูง เหมือนพวกแกแล้วนะ

ซัมเมอร์ถูกย้ายขึ้นปายอยู่ชั้น 14...(ปกติชั้น 3ง่ะ)

ย้ายของกันเหนื่อยเลย..อยู่ชั้นๆ สูงๆ ก้อดีไปอีกแบบ

ชั้น 3 มองออกไป ก้อเจอแค่ชมพูพันธุ์ทิพย์

ชั้น 14 มองออกไป เจอหลังคาตึก แล้วก้อ

อารัยต่อมิอารัย เยอะแยะไปหมดเลย

 

แต่ก็มีเรื่องให้ข้าพเจ้าต้องออกแรงอีกแล้ว

เมื่อกุญแจตู้เสื้อผ้าทำฤทธิ์ ไขไม่ออกง๊า

ร้อนถึงพี่ตั้น (ช่างที่ตึกอ่ะ)..ต้องมาตัดกุญแจห้ายยยย

พี่แกมีแอบบ่นด้วยนะ

"เป็นรายมาอีกอ่ะวันนี้ ทำมือถือระเบิดอีกหรอ"

คือว่า ตอนปี 1 .. อ๊อปทำมือถือระเบิดอ่ะ

ไฟตัดทั้งชั้นเลย หุหุ >> ยัง... อุตส่าห์จำได้นะคนเราเนี่ย

  

ลงทะเบียนเรียนซัมเมอร์กันยังอ่ะ  อ๊อปลงแล้วนะ

org chem, aikido แล้วก้อ พระไตรปิฎกง่ะ

เรียน แปดโมง ถึงสี่โมงเย็นเลย

ดีแล้ว เรียนมั่กมาก จะไม่ไม่ฟุ้งซ่าน  และก้อ ไม่เพ้อด้วย

(ตั้งตาคอยเรียนไอกิโดเลย หุหุ)

 

วันเน้มีคนมาทักอีกแล้วง่ะ >> "เฮ้ยอ๊อป.. แกอยู่ภาคเคมีช่ายป่ะ"

เราก้อทำหน้าเอ๋อๆ ..."ม่ายช่ายๆ .. ฉ้านอยู่ภาคเจเนติกเว้ยยย"

เท่าที่จำความได้ คนที่ 4 แล้วนะเนี่ย..อยากอยู่ตายแหละภาคเคมีเนี่ย..--''

 .

. .

. . .

 

อัพได้ไร้สาระจิงๆ หุหุ .. มันว่างจัดง่ะ เลยอยากอัพ

เม้นท์ๆ ให้ด้วยละกันเน้อ ^^

. . .

. . 

.

คิดถึงพวกแกทุกคนน๊า

.

. .

. . .

ปล. จะกลับบ้านนอกเร็วๆ นี้ (สงขลา)

ครายอยากได้อาราย ก้อบอกๆ มาละกัน ถ้ามีปัญญาจะซื้อมาฝากน๊า ^^

 

March 11

ทำไม ยังไง .. บอกไม่ถูก ..

 



 สอบเสร็จ ส่งรายงานแมลงหวี่

วิ่งแก้รายงาน 2 รอบกว่าจะสมบูรณ์

เป็นอันว่า .. ถูกใจอาจารย์

 

..ปิดเทอม..แล้วหรอ??

มันควรจะเป็นอย่างนั้นได้ตั้งนานแล้ว

คนอื่นๆ สอบเสร็จ ปิดเทอมแล้ว

แต่อ๊อป เพิ่งได้ฤกษ์สอบ

 

กลับหอ .. เก็บของ

เกลียดบรรยากาศนี้ที่สุดเลย

 

พี่ลี่ ไปอเม'กา ออกจากหอวันที่ 8

..1 เตียงโล่งไป..

.

. .

. . .

วันนี้ พี่นีนออกจากหอ พร้อมกับมี

กระดาษโน้ตแปะไว้หน้าตู้อ๊อป

(อ่านแล้วน้ำตาคลอ)

และ..2 เตียงก็โล่งไป

ส่วนพี่เบียร์..กลับบ้าน นอนคณะ

เตียงโล่งประจำอยู่แล้ว

...............

เตียงสุดท้าย .. เตียงของอ๊อปเอง

อยู่ห้องคนเดียว

.. หันมองเตียงเปล่าทุกเตียง ..

ดูเปลี่ยวๆ เหงาๆ ยังไงไม่รู้

 ทั้งๆที่ปกติ ก็ชอบอยู่ห้องคนเดียวนะ

. . .

. .

.

สุดท้าย ก็เสียน้ำตา

และต้องโทรไปหาพี่นีน

ไม่ว่าจะกี่เทอมผ่านมาแล้ว

..ยังเป็นแบบนี้.....เสมอ..

.

. .

. . .

รู้ว่าอีก 3 เดือน..เราจะกลับมาเจอกัน

แต่มันตั้ง 3 เดือน

เทอมนี้ .. พี่ๆ ทุกคนฝึกงาน

ซํมเมอร์..อ๊อปอยู่คนเดียว

แต่ไม่ได้อยู่ห้องเดิม

.. ห้องใหม่ เมทใหม่ ..

. .

ถึงเวลา

ปรับตัว เปลี่ยนแปลง

สร้างความสัมพันธ์

. .

เพราะเวลา ยังคงหมุนไปเสมอ

เพราะชีวิต

ยังต้องเจอการเปลี่ยนแปลง

..การจากลา..

..การพบกันใหม่..

..การเริ่มต้นความสัมพันธ์..

ยังคงวนเวียน เป็นวัฏจักรเสมอ

..

ถึงรู้ และเข้าใจ

แต่..ยังไม่เคย "ทำใจ"ยอมรับ

กับความเปลี่ยนแปลงบางอย่างได้เลย

..

...

น้ำตา .. ยังมีอยู่ในทุกโอกาส

อึดอัด อัดอั้น เสียใจ

หรือแม้แต่ ดีใจ

. .

อ๊อป คงอ่อนแอเกินไป

คงไม่เข้มแข็งพอ

เลยเสียน้ำตา

(ทั้งๆที่คนอื่นเค้าไม่เป็นกัน)

. . .

ฉันยังจำคำพูดนี้ของนายได้เสมอ

"จงเป็นคนอ่อนโยน แต่อย่าอ่อนแอ"

. . .

สักวัน ฉันคงทำได้

. . .

ตอนนี้ คิดถึงพี่ๆ คิดถึงพวกมึงทุกคน

แต่อีกไม่นาน เราจะกลับมาพบกัน

3 เมษา .. Start Summer ^^

5 มิถุนา .. เปิดเทอม

. . .

แล้ว...เจอกัน

 
March 06

...

 
 

 To someone...

 

 

อยากจะด่า จะว่าอะไร ก็ตามสบายนะ .. เราจะไม่เต้นตามอีกแล้ว

 

เสียง .. เป็นคลื่นอย่างหนึ่ง

คุณสมบัติของคลื่น(Physics 2) 

คือ

 สามารถสะท้อนได้

 

สักวัน .. มันจะสะท้อนสู่ตัวเธอ

 

อ๊อปอโหสิให้ ... ชาตินี้ ชาติหน้า หรือชาติไหนๆ ฉันใด ...

อย่าได้เจอคนพรรค์นี้อีกเลย สาธุ

 

 และก็ ขอโทษ ด้วยนะ...ถ้าเรา ทำอะไรให้เธอไม่พอใจ

  

อดไม่ไหว ขอหน่อยเหอะ

..เผื่อบางคน จะคิด พูด และก็ทำ ในสิ่งที่เป็น กุศล เป็นบ้าง..

หวังว่า คงฉลาดพอที่รู้จัก คำว่า "กุศล" นะ

 

 

February 20

..เวลาในขวดแก้ว..

 
 
ถ้า...ฉันเก็บเวลาในขวดแก้วได้ สิ่งแรกที่ฉันจะทำ…
คือสะสมคืนวัน ที่ล่วงเลยมานิรันดร์...เพียงเพื่อมอบมันแก่เธอ
 

ถ้า...ฉันสามารถ ทำให้คืนวันเป็นอมตะ
หรือเพียงแต่คำพูด...จะทำให้ความหวังเป็นจริงขึ้นมาได้
ฉันจะเก็บทุกโมงยาม...ราวสมบัติอันล้ำค่า เพื่อมอบแก่เธอ

 

แต่ดูราวกับจะไม่มีเวลาเพียงพอ ที่จะทำในสิ่งที่ฉันต้องการ หรือแม้แต่จะหาสิ่งนั้นให้พบ
ฉันวิงวอนเพียงเพื่อจะรู้ว่า
"เธอเท่านั้น…ที่ฉันต้องการก้าวผ่านกาลเวลาด้วย"

 

ถ้าฉันมีกล่องสักใบ สำหรับใส่ความหวังและความฝัน ที่ไม่เคยเป็นจริง…
กล่องนั้นคงจะว่างเปล่า
หากเปี่ยมด้วยความทรงจำ...ที่เธอได้ตอบสนองฉัน

 

 

Time in a Bottle

 

If I could save time in a bottle, 
The first thing that I’d like to do 
Is to save every day till eternity passes away, 
Just to spend them with you
 

If I could make days last forever, 
If words could make wishes come true 
I’d save every day like a treasure and then, 
Again, I would spend them with you
 

But there never seems to be enough time, 
To do the things you want to do 
Once you find them 
I’ve looked around enough to know, 
You’re the one I want to go 
Through time with.
 

If I had a box just for wishes, 
And dreams that had never come true 
The box would be empty, 
Except for the memory 
Of how they were answered by you.
 

But there never seems to be enough time, 
To do the things you want to do 
Once you find them 
I’ve looked around enough to know, 
You’re the one I want to go 
Through time with.
 

When we are young we dream of
the time that the one true love of
our life will come along…
 

For some of us, that someone comes
very early in our lives…
 

For others, we do not meet that
special someone until later in life.
 

Whether we are young or old, it does
sometimes seem as if there is never
enough time to do everything that we
would like to do.
 

So when you do find your one true love
live each day to the fullest, and live each
day as if it were your last.
We could all probably say that we wish
we could save

 

user posted image
  

ขอลาขาดจากสเปซ จนกว่าจะสอบเสร็จ

get A น๊า ทุกๆ คน สู้ๆ

ปล.คิดถึงนะ .. คิดถึงจิงๆ

 

 

 

..Bye'nior..

 

วันนี้ไปบายเนียร์มา ...

สถานที่จัดงาน Ted cafe' อยู่อโศก โน่นแหน่ะ

เก็บบรรยากาศร้านมาให้ดู..

 

 

ก็รู้อยู่ว่าภาคเรา ง่ายๆ สบายๆ ไม่ต้องพิธีการอารัยมาก .. เลยแต่งตัวสบายๆ ไปได้

แต่ความจิง อ่ะนะ ไม่สบายเล้ยยย..กว่าจะหาชุดไปได้ + ความไม่ self ของตัวเอง

กินเวลาไปนานพอควรเลยแหละ

 

นัดเพื่อนๆ ห้าโมงครึ่ง เจอกันที่รถไฟใต้ดิน

ไปๆ มาๆ รู้สึกผิด เนื่องจาก ข้าพเจ้าเริ่มแต่งตัวตอนห้าโมงเย็น

ซึ่งความจริง ควรจะออกจากหอได้แล้ว กว่าจะแต่งเสร็จ ห้าโมงครึ่งโน่น

ไปถึงรถไฟใต้ดินสามย่านก็ 6 โมง .. ไปถึงร้าน ก็ 6 โมงเกือบครึ่งแระ

 

เพื่อนๆ นัดกันซ้าดิบดี แต่งเว้ย แต่งตัวไป .. สุดท้าย ปล่อยให้ฉ้าน...อยู่คนเดียวง๊า

แต่ช่างเหอะ ปกติ ก้อแต่งตัวแนวๆ นี้อยู่แล้ว แค่วันเน้ไม่มีเสื้อคลุม .. หนาวเฟร้ย

หนูแป้ง .. ใส่แซคสไตล์บาหลี กะเสื้อคลุม

น้อยหน่า .. เสื้อแขนกุดสีชมพู กะกระโปรงสีส้ม

เจี๊ยบ .. เสื้อจับระบายสีชมพู กางเกงขายาวสีดำ

ปุยนุ่น .. เขียวมาทั้งตัวเลย ออกแนวโบฮีเมียน

ซี .. กระโปรงสีน้ำตาล กะเสื้อแขนกุด (น่าร้ากก ฉ้านชอบ)

เตย .. กระโปรงสั้นโทนน้ำตาล กะเสื้อยืดสีแสด (ทะมายไม่แต่งมาเป็นเพื่อนฉ้าน)

บู๋ โอม หมัด แก้ว คิว เบลล์ นุ้ย ฝ้าย เอก เก่ง ไข่ไก่ แบงค์

..เสื้อยืด กางเกงยีนส์ (โดยไม่ได้นัดหมาย)..

 

ทุ่มนึง .. อาจารย์มา 6 ท่าน (มากแล้วนะเนี่ย) ก้อเปิดงาน

กิน กิน แล้วก้อ กินแหลกเลย

อาหารอร่อยทุกอย่าง .. ทั้งออเดิร์ฟ กับข้าว เบเกอรี่ แล้วก้อผลไม้

ทานซ้า .. หุหุ อิ่มกันถ้วนหน้า เนื่องจากทุกคนเหมือนจะนัดกันล้างท้องมา

 

แล้วก็มีการแสดง จากปี 2 ปี 3 .. ด้วยความที่ไม่ได้ซ้อม

ก้อเลยไปแก้ไขเหตุการณ์เฉพาะหน้าที่งานนั่นแหละ

ครั้งนี้โยนให้พวกผู้ชายปายแสดง .. เต้นเพลงถอดกันซะงั้น เสื่อมที่สุดอ่ะ

นี่ถ้าแนบคลิปวิดีโอเป็น จะเอาลงให้ดูแระ ...

 

เล่นเกมส์สักพัก ก้อเลยขอตัวกลับก่อน เพราะว่าดึกแล้ว ไม่อยากเซ็นต์กลับหอดึก

แล้วก็ต้องมาทะเลาะกะพี่ยามอีก ..

ขากลับนี่สุดๆ .. ขึ้นรถแท็กซี่กลับ อัดกันมาได้ 8 คน หุหุ

สุดท้ายเป็นอันว่า ถึงหอ โดยสวัสดิภาพ

 

จบ

 

ปล. บล็อคนี้ต้องการการคอมเม้นท์ที่สุภาพชนเค้าพูดกัน

ใครที่คิดจะหาเรื่องมาพูดกันตรงๆ เลยดีกว่า .. พูดผ่านทางนี้มันไม่แฟร์

หวังว่า คงเข้าใจนะ (ภาษามนุษย์นะเนี่ย)

 

February 16

..ประกาศสงคราม..

 
......
 
ไม่รุเป็นอารัยอีกแล้ว ช่วงนี้ ใกล้จะสอบทีราย ทำประสาทเสียได้ทู้กที
 
เมื่อวานสอบ listening .. อุตส่าห์เตรียมที่นั่งกันซะดิบดี
สุดท้ายอ๊อป ก็นั่งกะเพื่อนบัว เพื่อนฟ้า ...
ส่วนเพื่อนโบ เพื่อนบุ๋ม เพื่อนจุ๊บ เพื่อนขาล เพื่อนกัญช์ กระจายกันคนละทิศละทางเลย
ฟังออกมั่ง ไม่ออกมั่ง เหอะๆ .. เซงงง จะให้ท่อง idiom ไปทำไม ออกมาประโยคเดียว
รู้งี้ อ่าน เจเนติกจะดีซะกว่า
(คะแนนออกวันอังคารนะอย่าลืมปายดูกัน ฉ้านขอ 12 ก้อพอ จะได้ม๊ะเนี่ย???)
 
ตกกลางคืน เป็นก๊งอารัยไม่รุ นั่งอยู่ดีๆ หน้ามืดซะงั้น (สงสัยกินมากเกิน เครียดทีรายกินกระจาย)
ก้อเลยรีบนอน (ครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่นอนก่อนห้าทุ่ม หุหุ)
 
 
ตื่นเช้ามาแทนที่จะหาย .. ลุกจากเตียง ดันหน้ามืด แล้วก้อเวียนหัว แล้วสุดท้ายก้ออาเจียนซ้างั้น
สงสัยความดันต่ำอีกแล้ว ... ขาดน้ำตาลๆ แน่ๆ ไม่ก้อความดันในเส้นหลอดเลือดตาสูง
สรุปแล้วเมื่อคืน หนังสือก้อไม่ได้อ่านซักกะตัว
เก้าโมง .. Lab genetics มีควิส 3 บท
โอ้วว เข้าควิสไม่ทันไปสิบนาที เหลือเวลาอีก 5 นาที แย่ชะมัด
และด้วยความที่สติกระเจิง .. ข้อสอบเป็นแบบถูกผิด โชติพร เดารวด 15 ข้อเลย
ประมาณว่า อ่านโจทย์เสร็จ กาเลย ไม่คิดอารัยละ กลัวทำไม่ทัน
ผลสุดท้าย ดาบนั้นคืนสนอง ได้ 11 เต็ม 15 .. อยากกรี๊ดดดด ถ้าได้อ่านสักรอบคงดีกว่านี้
 
แต่เรียนแลปวันนี้สนุกดีนะ ..
ได้ฝึกตรวจ DNA จากโครงกระโหลก จากเลือด เพื่อตรวจสอบศพ กะตรวจหาพ่อแม่ที่แท้จริง
โดยวิธีการ DNA fingerprint (ชอบที่สุดละตั้งแต่เรียนแลปมา ที่สำคัญเลิกก่อนเวลาครังแรก)
 
 
บ่ายเรียน FE ก้อไม่มีอารัยมาก คาบสุดท้ายแล้ว อาจารย์เฉลยแบบฝึกหัดที่เหลือๆ
แล้วสนใจซะที่ไหนล่ะ มัวแต่อ่าน intro rec กะทาน Rotiboy กะเพื่อนบัว เพื่อนโบกัน
ขอแอบเผา ไอโบ ซกม๊ก .. ทานเลอะมือแล้วเช็ดกระโปรงซ้างั้น หุหุ
เป็นอันว่าอร่อยกันปาย คาบนี้
 
สามโมงเย็น .. สอบ intro rec อ่านไม่จบอีกเช่นกัน
เข้าไปนั่งสอบขำๆ แถไปเรื่อย .. (แถง่ายกว่าสอบออเคมละกัน)
ทำเสร็จ พี่เอ้ (พี่ TA คุมสอบ) ถามว่าเปนงะ ทำได้ไหม .. หุหุ จะเหลือเรอะ ..... ไม่ได้หว่ะ
แต่กลัวเสียฟอร์ม เลยตอบเลี่ยงๆ ไปว่า ก้อดีค่ะ ^^
 
แล้วก้อ...ได้ฤกษ์ซะที
ตอนนี้อ๊อปขอประกาศทำสงครามกะหนังสือละนะ .. สายไปป่าวหว่า ไม่รุจะอ่านทันม๊ะ
เอาว๊า...สู้ตาย สู้ๆ แต่ที่หนักใจ เตรียมตัวอ้วนขึ้นได้เลย อ่านหนังสือสอบทีไรนน.ขึ้น 4-5 โลทู้กที
พูดถึงเรื่องอ้วน .. วันอาทิตย์นี้ บายเนียร์ .. theme colorful
 จะแต่งอารัยดีว๊า อ้วนขึ้นจนใส่อารัยไม่ได้แล้ววววววว
ที่แน่ๆตอนเน้รู้อย่างเดียว .. ผิวสีแน่นอน หุหุ (กัดตัวเองซะงั้น)
 
ปายละ .. อ่านหนังสือล่ะน๊า (ฟิตป่ะล่ะ หุหุ)
February 13

2u

 

For you, who’s far away

For you, my valentine

 

 

I always dream of you

With an old broken memory

Sometimes I hear your voice

Sometimes I see you walking in the mist

Sometimes I feel your warm breath

Your gentle eyes always in my heart

Even how long time goes by

I still believe you’ll hear my pray

Cross the wind and the sea

To you in my dream…

  

Longer than there’ve been fishes in the ocean

Higher than any bird ever flew

Longer than there’ve been stars up in the heavens

I’ve been in love with you

 

Stronger than any mountain cathedral

Truer than any tree ever grew

Deeper than any forest primeval

I’m in love with you

 

Through the years as the fire starts to mellow

Burning lines in the book of our lives

Through the binding cracks and the pages start to yellow

I’ll be in love with you…

 

user posted image

Anywhere anytime anyhow… I always love you ^^

February 12

introduction to recreation

 
เหนื่อยมั่กมากกกเลย
ค่ายนันทนาการขั้นนำ วิชา introduction to recreation .. ก้ออินโทร เรค อ่ะแหละ
 
ไปเข้าค่ายที่ค่ายชนะสงคราม จังหวัดกาญจนบุรีมา
2 วัน 1 คืน โค ตะ ระ จะทรมานเลยอ่ะ
 
เริ่มจาก ออกจากกทม.เลย >> นัดกัน เจ็ดโมง ที่สถานีรถไฟธนบุรี เพื่อ???
สุดท้าย รถไฟ delay ไปชั่วโมงกว่า
ที่ยิ่งไปกว่านั้น มันเป็นรถไฟชั้น 3 (แอร์ธรรมชาติอ่ะ) เพิ่งเคยขึ้นครั้งแรกเลย ปวดหลัง ชิบ!!!
 
ถึงกาญฯ เที่ยงครึ่งละ  แล้วก้อต้องต่อรถสองแถวไปค่าย ..
พอเห็นสภาพค่าย จอร์จจจ อยากกลับบ้านแล้วว แต่ยิ่งอยาก เวลายิ่งเดินช้าแฮะ
โทรศัพท์ก็ไม่มีสัญญาณเลย แน่สิ ฉ้านไม่ได้ใช้ จีเอสเอ็มหนิ
อารมณ์ตอนนั้น หิวข้าวมากมาย เนื่องจากไม่ได้ทานข้าวเช้า
แล้วฉ้านก็ถือศีล 8 อยู่ (ห้ามรับประทานอาหารหลังเที่ยง)แต่ถ้าไม่ทาน ก้อท้องว่างน่ะสิ
ไม่ได้ๆ ต้องใช้พลังงานสูงซะด้วยช่วงนี้ เลยทานปาย 3 จาน หุหุ ..
ไม่รู้ว่ากับข้าวอาหย่อย ^^ หรือว่าหิวกันแน่ กินปายด้ายย
 
เสร็จแล้วก็เก็บของเข้าที่พัก ที่พักไม่เท่าไร่ แต่ว่าห้องน้ำนี่ดิ
อาจารย์บอกว่าห้องน้ำเป็นห้องๆ แล้วคราย มันจะเอาผ้าถุงไปเปลี่ยนล่ะ
สุดท้าย ... สุดๆ ไม่อยากพูดดดดด นี่ถ้าเหงื่อไม่ออกมากนะ .. จะซักแห้งแล้วล่ะ
 
ช่วงบ่าย มีละลายพฤติกรรม แล้วก็วอร์ค แรลลี่
มันวอร์ค แรลลี่ตรงไหนก้อไม่รุ ทำอย่างกะ เข้าค่ายยุวกาชาด ตอนม.ต้นแหน่ะ
มีเข้าฐานต่างๆ เกมก็เคยเล่นมาแล้วท้างน้าน เป็นอันว่าเซงงงกันไป
อยากเล่น รอก กะโรยตัว แต่เล่นไม่ได้ เพราะหอคอยมันผุ เกรงว่าจะรับน้ำหนักไม่ไหว เสียดายหว่ะ
ได้เล่นแค่ปีนห่วงยาง หุหุ โช step เต็มที่ ใช้ข้อมือคล้องห่วงไว้
(มั่นใจว่าข้อแข็งพอ หุหุ หลังจากตอนม.ปลาย ซ้อมแข่งพุ่งแหลน ซะ ข้อแข็งเลย)
 
เสร็จแล้วก็สรุปกิจกรรม ทานข้าวเย็น กลัวไม่อ้วนหรือไงไม่รุ ล่อเข้าไป 3 จาน (อีกแล้ว)
แล้วก็เตรียมงานตอนกลางคืน .. จำลองงานวัดอ่ะ มีการออกร้านเกมต่างๆ
สนุกดี แต่น่าเสียดาย ฝนตกหนักมากเลย .. เลยหนาวๆ เปียกๆ
 
ช่วงแรก อ๊อปก็เซงนะ นั่งเฝ้าร้าน .. ทนเซงไม่ไหว เลยไปเดินเล่นดูร้านอื่นกะเพื่อนๆ
แล้วก็ไปเล่นไฮโลมา หุหุ ชนะได้มาตั้ง 5 บาท (ไม่ดีนะ อย่าเล่นตามล่ะ)..
ระหว่างนี้ เค้าเปิดเพลง ทำเป็นสาวรำวงด้วย ดูๆ ปายก็น่าสนุกดีนะ ชวนเพื่อนไปแด๊นซ์กัน
ไม่ปายกันสักกะคน เซงงงง อยากเต้นง่ะ สุดท้าย เลยไปชวนหมัด ..
เอาล่ะทั่น มีคู่ละ ทีนี้ แด๊นซ์กระจายเลย เต้นไป ชั่วโมงกว่าๆ
เค้าก็ปิดไฟ เหลือแต่ไฟดิสโก้ โอ้โหหหหห มันส์สุดๆ แล้วเพลงแต่ละเพลง
โดนจายขาแด๊นซ์มั่กมาย .. เล่นเอาเหงื่อโชกเลย .. เหนื่อยมั่กมาย เลยต้องฝืนใจอาบน้ำ
 
ในห้องน้ำ สัตว์ class amphibian เต็มปายยหมด ซ้ำร้ายย ตัวที่อ๊อปเกลียดที่สุด
ปาด มันอยู่ในห้องน้ำด้วย อาบน้ำไป เสียวหลังไปด้วย กลัวมันจะกระโดดเกาะเอา
แล้วก็รอดมาได้ เสร็จแล้วก็นอนเลย ง่วงสุดๆ
 
..ฝนตก ก็เลยไม่กางเต้นท์นอน มานอนในเล้าไก่แทน หมอนไม่มี ผ้าห่มไม่มี เบาะนอนไม่มี
อ๊อปก็เลย ต้องแบ่ง ถุงนอนให้เพื่อนๆ ด้วย .. พอใกล้รุ่ง หนาวได้ใจมากเลยคับ ...
จำได้ว่า หนาวอย่างนี้ครั้งล่าสุด ก็เป็นตอนที่ไปปฏิบัติธรรมที่โคราชเนี่ยแหละ ครั้งนี้เลยพอทนไหว
 
เช้า (ไม่อาบน้ำ หุหุ) ไปออกกะลังกาย ตอนแรกก็แอโรบิค อยู่ดีดี สักพัก
เปลี่ยนมาเป็นลีลาศแทน จังหวะแรก จังหวะตะลุงคับ .. ถนัดสิ จังหวะบ้านเกิดหนิ
 หุหุ สนุกดี ได้เหงื่อ .. ตามมาด้วย บีกิน วอลซ์ ชะชะช่า ตามลำดับ
แล้วก็ทานข้าวเช้า (ก่อนข้าวเช้า รองท้องด้วยหนมปังไปละ คนละ 4 5 แผ่นละ)
แล้วก็ เดินทางไกล ไปวัดถ้ำเขาหินปูน .. สวยมากเลย หินงอก หินย้อย เต็มไปหมด
แต่เหนื่อยมาก..เพราะต้องหอบของที่จะเอาไปใส่บาตร ขึ้นเขาด้วย .. แล้วก็กลับมา
เก็บข้าวของสัมภาระ (ดีใจสุดๆ จะได้กลับบ้านละ) แล้วก็ไปล่องแพที่ลำน้ำแคว
.. มื้อนี้ อาหารเป็น ข้าวเหนียว ส้มตำ ไก่ย่าง น้ำตก ลาบ..เผ็ดง่ะ ไม่ไหวแฮะ
 
ขึ้นจากแพ ก็ต่อรถสองแถว เข้าเมือง แวะซื้อของฝากที่ร้านแม่นวลศรี หุหุ
ทองม้วนสด อาหร่อยยยมั่กมายย แต่ขอโทษเพื่อนๆ นะ แถวมันยาว อ๊อปขี้เกียจต่อคิว
เลยซื้ออย่างอื่นมาฝากแทน หุหุ ไม่ว่ากันน๊า  .. แล้วก็ไปสถานีรถไฟ
จอร์จจจจจจจจ คราวนี้ไม่ไหวเจรงๆ รถไฟ มันชนกันอ่ะ เลยดีเล 2 ชั่วโมงครึ่งแหน่ะ
ด้วยความที่ง่วงจัด เมื่อคืนนอนหลับๆ ตื่นๆ .. เลยนอนแมร่งงง กลางชานชาลานี่แหละ
ไม่ต้องห่วง ไม่น่าอายหรอก เพราะกลางชานชาลา เดะจุฬาฯ นอนกันเกลื่อนเลย
 
เสียดายเวลาเว้ยยย ตั้งหลายชั่วโมงมาให้นั่งรอรถไฟ เซงงง ถึงกรุงเทพ ทุ่มครึ่งแหน่ะ
โอ๊ยยยยยยย เหนื่อยยยยยยยเว้ย .. ดีนะเนี่ย พรุ่งนี้หยุดวันมาฆฯ
ถ้าไม่งั้นนะ จะป่วยการเมือง ไม่ไปเรียนแน่นอน หุหุ
 
* * * * * * * * * * * *
 
February 10

ผ่ากบ!!!... Fejervarya limnocharis

 
แล้วมันก็เกิดขึ้นอีกครั้ง
หลังจากผ่ากบตัวแรกไป เมื่อตอนอยู่ปี 1
 
จนกระทั่งวันนี้ Lab Taxonomy ผ่ากบอีกแล้ววว
.. กบหนอง (Fejervarya limnocharis)..
 
 
ขนาดตัว แตกต่างจากกบตอนปี 1 มากมาก กบหนอง ตัวเล็กนิดเดียวเอง
ที่น่าตื่นเต้นมากกว่าตอนปี 1 ก็คือ วันนี้อาจารย์ยังไม่น็อคกบให้ มันยังกระโดดแด่วๆ อยู่เลย
ต้องทำการน็อคกบเอง เพื่อนๆ ในกลุ่ม อ๊อป ฟ้า เจี๊ยบ ไข่ไก่ มองหน้ากัน 
เหมือนจะถามด้วยสายตาว่า "เมิงจะเป็นคนฆ่ากบใช่ไหม" สุดท้าย ไม่มีใครกล้า 
เลยต้องอัญเชิญหมัด มาฆ่าให้ << ขอบคุณหมัดนะคะ
 
 แล้วจะฆ่ายังไงล่ะ??? วิธีการพิธ ก็ดูจะยากไป เพราะกลัวจะหาเส้นประสาทไม่เจอ
ถ้ากบไม่ตาย ก็จะทรมานมันซะป่าวๆ
ก็เลย เอากบไปใส่ใน ethyl alcohol 25% น่าสงสารกบมากมากเลย
มันดำผุด ดำว่ายสักพัก ก็แน่นิ่งไปเลยอ่ะ ..
กบของเพื่อนๆ บางกลุ่มมีแกล้งตายด้วยนะ พอเอามันออกมาจากโหลแอลกอฮอล์
ไปวางบนถาดปุ๊ป กระตุกๆ ใหญ่เลย .. ก็เลยต้องเอาไปฆ่าอีกรอบ
 
กบน้อย .. อโหสิกรรมให้อ๊อป ฟ้า เจี๊ยบ ไข่ไก่ หมัดด้วยนะ
 
หลังจากกบตายปุ๊ป ก็เอามาผ่าท้อง เพื่อทำการหา pasasite ในตัวกบ
แล้วกลุ่มของข้าพเจ้า ก้อเกี่ยงกันอีกครั้ง ส่งคำถามกันทางสายตา
"เมิงจะผ่าช่ายมั๊ย???" .. เอ่ออ ตอนนี้อ๊อปเริ่มหน้าซีด
มือไม้อ่อน ขนลุกทั้งตัวเลย สุดท้าย ฉ้านผ่าเองก้อได้ฟะ เดี๋ยวก้อไม่เสร็จกันพอดี
 
 ที่ต้องดูเป็นที่แรก ก็คือ ในเลือดกบ เพราะเลือดกบจะแข็งตัวเร็วมาก ถ้าแข็งแล้วจะทำสไลด์ไม่ได้
เราดูดเลือดกบไปทำสไลด์ ส่องกล้องจุลทรรศน์ .. ไม่พบปรสิตสักตัว
แล้วก้อผ่าอวัยวะอื่นๆ ไปเรื่อยๆ ตั้งแต่ ปอด ตับ ม้าม ไต กระเพาะ ลำไส้ หัวใจ และถลกหนัง
 
ได้อวัยวะแต่ละส่วนมา ก็เอามาทำสไลด์ .. ต้องทำทั้ง imprint slide
และก็ impress slide เลย
 
imprint slide ก็คือ เอาคาบเลือดที่อวัยวะต่างๆ มาแตะๆ บนสไลด์ แล้วเอาไปย้อมสีอีกที
ส่วน impress slide ก็คือ เอาอวัยวะแต่ละส่วน มาวางบนสไลด์ แล้วบี้ด้วยสไลด์อีกอัน
 
..ส่องกล้องดูหมดทุกส่วนแล้ว ไม่พบพยาธิ ปรสิตสักตัว..
สงสัยกบตัวนี้มันจะไฮโซเลือกกินจัด กลุ่มเพื่อนๆ กลุ่มอื่น เจอพยาธิกันเป็นว่าเล่น หุหุ
 
 
หลังจากเสร็จในส่วนของ impress slide ก็ทำการย้อมสี imprint slide
อย่างแรกที่ต้องทำคือ เอาสไลด์ไปล้างด้วย absolute ethanol เพื่อ fix สไลด์
 แล้วก็ ทำการผสม solution A กะ B
(รู้สึกจะเป็นอารัยฟอสเฟตนี่แหละจำชื่อไม่ได้ ก็เกลียดเคมีนินา เลยไม่ใส่ใจจำ) 
และก็สีจิมซา ตามสัดส่วนที่กำหนด
เสร็จแล้วก็เอาไปราดลงบนสไลด์ที่ เอทานอลแห้งแล้ว ทิ้งไว้ 10 นาที ก็ล้างน้ำเปล่า
เราก็จะได้ imprint slide เพื่อเอาไปใช้ศึกษาต่อปายยยยย
 
ขั้นตอนสุดท้ายที่ต้องทำ คือ ล้างอุปกรณ์ หุหุ งานนี้ข้าพเจ้าขอบาย เพื่อนๆ ล้างกันนะ
 
แลปวันนี้ดูดพลังงานไม่ใช่เล่นเลยนะเนี่ย
เสร็จแล้ว กะว่าจะไปดูน้องแมลงหวี่ซะหน่อย ห้องคอนโดแมลงหวี่ปิดซะละ ..
เลยไปหาอารัยกระแทกท้องที่ตลาดนัด
น้ำสตอเบอร์รี่ .. ชื่นใจเจรงๆ สดชื่นเลยอ่ะ แล้วก็กลับหอ
เปลี่ยนชุด กะว่าจะไปซ้อมแบต ซะหน่อย..หุหุ เซงงง คนบ้าอารัยไม่รุ ผิดนัดอีกแล้ว
เลยกลับไปทำงานที่คณะ กะคืนหนังสือที่ตึกแถบ
 
แอบวีนแตกในบรรณารักษ์ .."นิสิต ทำไมแต่งตัวไม่เรียบร้อยเลย" บรรณารักษ์ถาม 
อ๊อปเริ่มมองหน้า แล้วถามในใจว่า "นี่มันยูนิฟอร์มชุดวอร์มมหาลัยนิหว่า ไม่เรียบร้อยไงฟะ"
บรรณารักษ์ยังพล่ามต่อไป "แต่งไม่เรียบร้อยอย่างนี้ ไม่น่าให้คืนเลยนะ" ทำหน้าบึ้งๆ ใส่ดั๊วะเฟ้ย
มันจะมากไปละนะ เลยวีนแตกใส่ ถามกลับไปว่า
 "ขอโทษนะคะ บ้านหนูอยู่รังสิต จะให้กลับไปเปลี่ยนชุดแล้วค่อยมาคืนไหมคะ
ถ้าห้องสมุดปิด แล้วถูกปรับคุณก็จ่ายค่าปรับให้หนูด้วยละกัน
และอีกอย่างถ้าวันนี้หนูเรียนแค่วิชาพละ คุณจะให้หนูแบกชุดนิสิตมาเปลี่ยน
เพื่อคืนหนังสืออย่างเดียว ด้วยไหมคะ(อันนี้ตอแหลอ่ะ ผิดศีลๆ)"
เงียบสนิท .. ไม่มีเสียงตอบรับกลับมา แล้วข้าพเจ้า ก็เลยจรลี ออกจากห้องสมุดมาได้
เดินออกมาก็เริ่มคิดได้ ทำไมนิสัยนี้มันแก้ไม่หายซะทีฟะ ยอมใครเป็นซะที่ไหนเนี่ย เซงงง
 
เสร็จทุกอย่าง ก้อเลยไปทานข้าวที่สวนหลวง กะนู๋แป้ง
แต่ให้ตายเหอะ กลิ่นกบ มันยังติดมือ หรือติดจมูกนี่แหละอยู่เลย..เลยกินไม่ค่อยจะลง
 
กลับหอ..จะอาบน้ำสักหน่อย...ออกไปเอาผ้าหน้าระเบียง
จอร์จจ ลืมเก็บกล้วยไม้เข้าร่ม แล้วก็ลืมรดน้ำอีกแล้ว มันจะรอดส่งอาจารย์ไหมเนี่ย  
เสาร์อาทิตย์นี้ไปทริปด้วย ต้องฝากพี่เมทรดน้ำ กะเอาเข้าร่มด้วยแล้วล่ะ
ว่าแล้ว ข้าพเจ้ายังไม่จัดกระเป๋าเลย พรุ่งนี้ไปทริปแล้วววว
คราวนี้คงไม่แบกอารัยไปมากละ เพราะต้องแบกเต้นท์ กะถุงนอนไปด้วย
ขืนแบกเสื้อผ้าไปมาก มีหวัง..หลังหักกันพอดี
 
..จบ..
 
...ปล.แย่จัง วันนี้ศีลขาดแล้วอ่ะ...